นักเทรดเริ่มเครียด ร่วง Bitcoin ลงทะลุ 8,000 ดอลลาร์

นักเทรดเริ่มเครียด ร่วง Bitcoin ลงทะลุ 8,000 ดอลลาร์

นักเทรดเริ่มเครียด ร่วง Bitcoin ลงทะลุ 8,000 ดอลลาร์ดูเหมือนว่าราคาของเหรียญอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Bitcoin นั้นจะมีการปรับตัวร่วงลงมาอย่างรุนแรงในช่วงบ่ายของวันนี้ หลังจากที่พุ่งทะลุขึ้นไปแตะ 10,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ในตอนนี้มันได้ร่วงลงมาต่ำกว่า 8,000 ดอลลาร์แล้ว

กราฟจาก Coinmarketcap เผยให้เห็นถึงราคาของ Bitcoin ที่ร่วงทะลุ 8,000 ดอลลาร์เมื่อตอนช่วงบ่าย 4 โมงของวันนี้ ซึ่งหากลองดูจากกราฟจะเห็นได้ว่าก่อนหน้านั้นราคาได้มีความผันผวนที่ค่อนข้างสูงพอสมควร โดยได้พุ่งขึ้นไปแตะ 8,100 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ก่อนที่จะร่วงลงมาในช่วงบ่าย ชี้ให้เห็นว่าตลาดในขณะนี้ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงพอสมควร

เว็บไซต์ Cryptoglobe ได้ออกมาเผยถึงการวิเคราะห์ราคาในระยะสั้นว่าการร่วงลงของราคา Bitcoin นั้นได้ลงมาถึงแนวรับสำคัญจุดสุดท้าย ณ ที่เส้น Fibonacci 0.786 ตามกราฟด้านล่าง

ซึ่งเขามองว่ามันได้ร่วงลงมาอยู่ในจุดที่เหมือนกับของเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาไม่มีผิด และหากว่ามันร่วงลงไปต่ำกว่านี้ ก็อาจส่งผลทำให้ราคานั้นกลายไปเป็นขาลงอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ราคา Cryptocurrency ผู้ใช้นามแฝงว่า DonAlt ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงสาเหตุการร่วงลงของราคาในตลาดดังกล่าวว่าเป็นเพราะอารมณ์ของผู้คนในตลาดนั้นกำลังแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็รอให้ราคานั้นพุ่งไป 14,000 ดอลลาร์ ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นก็กำลังรอให้ไปที่ 3,000 ดอลลาร์ ส่งผลทำให้ตลาดนั้นกำลังหาจุดกึ่งกลางพอดี

นอกจากนี้โวลลุ่มบนแพลทฟอร์มซื้อขาย Bitcoin Futures อย่าง Bakkt นั้นก็ได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ส่งสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันนั้นเริ่มให้ความสนใจใน Bitcoin มากขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว

ซึ่งเราก็ต้องดูกันต่อไปว่าราคา Bitcoin ในช่วงปลายปีนี้จะเป็นอย่างไร และมีแนวโน้มจะกลับไปที่ 20,000 ดอลลาร์เหมือนที่หลายคนคาดการณ์ไว้ได้หรือไม่

5 แนวทางการลงทุนกับบิทคอยน์

  • จงหลีกเลี่ยง Bitcoin Lending ซะ : กระบวนการนี้เป็นการให้ยืมบิทคอยน์เพื่อเก็บผลตอบแทนเพิ่มเติมจากปกติ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำมาว่าไม่ควรลงทุนในลักษณะนี้ เพราะเสี่ยงต่อการที่สัญญาจะถูกเบี้ยวสูง และมักจะมีผลกระทบในเรื่องของภาษีโดยเฉพาะกับกระดานเทรดในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
  • ควรเอาบิทคอยน์ไปค้ำประกัน : โดยเฉพาะกับการเทรด Future ที่คุณสามารถใช้บิทคอยน์ที่มีอยู่เพื่อกู้เงินดอลลาร์มาจากสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาได้ เพื่อเอามาซื้อบิทคอยน์ได้มากขึ้น เป็นแนวทางการลงทุนที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็สูงมากเช่นกัน
  • หารอบการขึ้นลงของราคาให้ดี : ตลาดบิทคอยน์เองก็เหมือนกับตลาดทั่วไปที่จะมีรอบขาขึ้นและขาลง หากคุณสามารถคาดการณ์ได้ถึงขุดขาขึ้นและขาลงในแต่ละรอบได้ ก็สามารถทำกำไรที่ดีจากการเทรดบิทคอยน์ได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณถือบิทคอยน์เอาไว้แล้วกำไรพุ่งเกินกว่า 80% นั่นเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณของขาลง ให้รีบขายเหรียญในมือทันที ซึ่งในปัจจุบัน มีการคาดการณ์ว่ากำลังอยู่ในช่วง 40% ซึ่งยังมีโอกาสมากพอสมควร ที่กราฟจะส่งสัญญาณกลับตัว
  • แบ่งเงินส่วนหนึ่ง ลงทุนกับ Altcoin : เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำกำไร ควรทราบว่า ปกติแล้วราคาของ Altcoin มักจะสวนทางกับราคาบิทคอยน์ ดังนั้นสังเกตให้ดี
  • ลงทุน Hedge Fund : หรือการหาพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมลงทุน เพราะสามารถลดความเสี่ยงในการลงทุนได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ล่าสุด จีนประกาศกวาดล้างเงินดิจิทัลฉุดบิทคอยน์ดิ่งต่ำสุดรอบ 6 เดือน

จีนประกาศกวาดล้างเงินดิจิทัลฉุดบิทคอยน์ดิ่งต่ำสุดรอบ 6 เดือน

บิทคอยน์ ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนในวันศุกร์ (22พ.ย.) หลังจากที่ธนาคารกลางจีน ประกาศกวาดล้างการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล พร้อมทั้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย และการออกสกุลเงินดังกล่าว

ทั้งนี้ บิทคอยน์ร่วงลง 9% สู่ระดับ 6,929 ดอลลาร์ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นักเทรดเริ่มเครียด ร่วง Bitcoin ลงทะลุ 8,000 ดอลลาร์

ธนาคารกลางจีน ซึ่งมีสำนักงานที่นครเซี่ยงไฮ้ แถลงว่า ธนาคารกลางจะตรวจสอบการทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี พร้อมทั้งเตือนนักลงทุนไม่ให้สับสนระหว่างสกุลเงินดิจิทัล และเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งการดำเนินการนี้มีขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางจีนในเมืองเสิ่นเจิ้น ดำเนินการเช่นเดียวกันเมื่อวันพฤหัสบดี(21พ.ย.)

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า จีนจะเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน ส่งผลให้บิทคอยน์ทะยานขึ้นกว่า 40% ในช่วงเวลาเพียง 2 วัน หลังคำกล่าวของปธน.สี จิ้นผิง โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า การที่จีนให้การสนับสนุนบล็อกเชน และมีแผนออกสกุลเงินหยวนในรูปแบบดิจิทัล จะทำให้บิทคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่บิทคอยน์ทรุดตัวลงราว 30% นับตั้งแต่ปลายเดือนต.ค.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.29% สู่ระดับ 98.2793 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9977 ฟรังก์ จากระดับ 0.9931 ฟรังก์ และเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าสู่ระดับ 1.3293 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3277 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.62 เยน จากระดับ 108.63 เยน ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1019 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1059 ดอลลาร์ และเงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2829 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2898 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียทรงตัวที่ระดับ 0.6784 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส โดยไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.9 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากแตะระดับ 50.9 ในเดือนต.ค.

ส่วนผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 96.8 ในเดือนพ.ย. สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่า ดัชนีจะลดลงสู่ระดับ 94.9 หลังจากแตะระดับ 95.5 ในเดือนต.ค.