บิทคอยน์ (Bitcoin) นั้นขุดยังไง ขุดแล้วรวยจริงหรอ

บิทคอยน์ (Bitcoin) นั้นขุดยังไง ขุดแล้วรวยจริงหรอ

บิทคอยน์ (Bitcoin) ขุดยังไง เล่นแล้ว รวยจริงหรือ วันนี้เรามาเรียนรู้ และมาศึกษาดีกว่า ว่าการบิทคอยน์
นั้นมีการขุดยังไง และขุดยากไหม ถ้าขุดมาแล้ว เราจะรวยจริงหรอเปล่า

สำหรับในวันนี้นั้น พวกเราเว็บ e68e88.net จะมาแนะนำและให้ความรู้ ว่าถ้าเกิดว่าเรามาขุด บิทคอยน์ นั้น เราจะรวยจริงหรือเปล่า หรือว่าการขุดบิทคอนย์ นั้นขุดยากหรือเปล่า วันนีเรามาทำความรู้จักกันดีกว่า

บิทคอยน์ (Bitcoin) นั้นขุดยังไง ขุดแล้วรวยจริงหรอ

บิทคอยน์ (Bitcoin) ขุดยังไง เล่นแล้ว รวยจริงหรือ

หลังจากที่บิทคอยน์นั้นได้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในโลกนี้ เลยทำให้คนทั่วโลกนั้น เห็นโอกาสที่จะทำกำไรในบิทคอนย์นั้น และพวกเขานั้นก็ประสบความสำเร็จอยู่เป็นจำนวนหลายคนเลยทีเดียว จากการทำกำไรจาก บิทคอนย์ ซึ่งก็มีคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยกับบิทคอยน์ไปไม่น้อยเลยทีเดียว โดยการลงทุนในบิทคอยน์นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

1. การขุด (Mining)

โดยบิทคอนย์นั้น อยู่ภายใต้ระบบ Blockchain ที่ทำงานโดยอัลกอริทึม “การขุดคอยน์” และสำหรับการขุดบิทคอนย์นั้น ก็เหมือนกันกับการขุดเหมืองทองเลย แค่เราเปลี่ยนการขุดทองที่อยู่ในเหมือง ที่ต้องใช้การขุดโดยเครื่องจักรนั้น เปลี่ยนเข้ามาอยู่ในระบบ คอมพิวเตอร์  โดยเรานั้นก็จะนำ คอมพิวเตอร์ ของเรานั้นมาเปลี่ยนมาเป็น เซิร์ฟเวอร์ ให้กับระบบของบิทคอนย์มาใช้ทำธุรกรรมต่างๆ และจากการที่จะทำแบบนั้น เราก็จะได้ค่าตอบแทนน เป็นเป็นเงิน โดยเงินที่เราได้นั้น ก็จะเป็นบิทคอนย์ แต่การจากการที่จะได้รับค่าตอบแทนนั้น เราก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ของเรานั้น มาคำนวณ สามาการทางคณิตศาตาร์ให้ได้ จึงต้องแข่งกับ คนอื่นที่พวกเขานั้น ขุดไปพร้อมกับเรา แต่ถ้าเกิดว่าเราทำสำเร็จ เราก็จะได้เป็นเจ้าของบิทคอนย์ ที่ได้มากจาการขุดเหมืองนั้นเอง

และสำหรับความ ยากง่าย ในการขุดบิทคอนย์นั้น โดยจะขึ้นอยู่กับ จำนวนบิทคอนย์ที่เหลืออยู่ในระบบ โดยปกติแล้วระบบของบิทคอนย์นั้นถ้ามีการกำหนดมาไว้ โดยปกติก็จะอยู่ที่ 21 ล้านหน่วย ดังนั้นแล้ว ถ้าเกิดว่าจำนวนบิทคอนย์ในระบบเหลือน้อยละก็ การแก้สมการนั้น ก็จะยากขึ้นตาม รวมไปถึงความแรงของการประมวณผลคอมพิวเตอร์ของเราอีกด้วย ถ้าเกิดว่าความแรงของคอมของเรานั้น ดีมากเเราก็จะมีโอกาสที่จะขุดสำเร็จ มากขึ้นมากขึ้นอีกด้วย ถึงทำให้ หลายๆคนที่ต้องการจะขุดบิทคอนย์นั้น ต้องไปซื้อการ์ดจอแรง เพื่อที่จะนำมาขุดบิทคอนย์ ส่วนจำนวนเงินที่ได้จากการขุดถูกกำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งช่วงแรกจะได้ครั้งละ 50 BTC โดยจำนวนเงินที่ได้จะค่อย ๆ ลดลงทุก 4 ปี ทำให้ตอนนี้เหลือแค่ครั้งละ 25 BTC เท่านั้น

ขณะที่ปัจจุบันจำนวนบิทคอยน์ที่เหลืออยู่ในระบบมีไม่ถึง 5 ล้าน BTC แล้ว แต่จำนวนคนที่เข้ามาขุดกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น โอกาสรวยจากการขุดหาบิทคอยน์จึงยากมากขึ้น เนื่องจากต้องลงทุนซื้อการ์ดจอราคาแพง

– ขุดบิทคอยน์ (Bitcoin) ทำยังไง ทำไมคนทั่วโลกสนใจเป็นชาวเหมือง

และสำหรับการขุด บิทคอนย์นั้น ถ้าเกิดว่าเรานั้นไม่มีคอมพิวเตอร์แรงๆ หรือว่าการ์ดจอแรงนั้น เราก็สามารถที่จะนำเงินสกุลอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับไปแลกเพื่อเก็งกำไรมูลค่าของบิทคอยน์ได้จากนักขุด โดยมีร้านรับแลกแบบออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ที่ทำหน้าที่เสมือนธนาคาร ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นกับกลไกลการตลาดกำหนด คือ ช่วงเวลาไหนที่ได้รับความนิยมสูง มูลค่าของบิทคอยน์ก็จะสูงขึ้นตาม

และสำหรับมูลค่าของบิทคอยน์นั้นก็จะมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา ก็จะคล้ายๆกับการเล่นหุ่น หรือว่าสกุลเงินตามประเทศต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอด ตามกลไกตลาด หรือที่เราเรียกว่าหลัก Demand Supply คือช่วงไหนที่ความต้องการบิทคอยน์ มีมากกว่าปริมาณบิทคอยน์ที่มีในระบบ ก็จะส่งผลให้มูลค่าบิทคอยน์เพิ่มขึ้น และถ้าเกิดว่า จำนวนบิทคอนย์ในตลาดนั้นมีมากกว่ากว่าที่คนต้องการนั้น ราคาของบิทคอนย์ ในตลาดนั้นก็จะลดลงตามไปด้วย และถ้าเกิดว่า จำนวนบิทคอนย์ในตลาดนั้นมีความต้องการมาก ราคาของบิทคอนย์ นั้นก็จะมีราคาเพิ่มมากขึ้น

โดยเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 บิทคอยน์ได้สร้างสถิติสูงสุดใหม่ คือ มีมูลค่าทะลุไปถึง 18,900 USD ต่อ 1 BTC หรือกว่า 600,000 บาทเลยทีเดียว จากการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุน แม้จะมีกระแสคำเตือนต่าง ๆ จากนักวิเคราะห์ว่าอาจเกิด “ภาวะฟองสบู่” กับตลาดบิทคอยน์ ทั้งนี้ ปัจจุบัน (ณ เดือนสิงหาคม 2561) 1 BTC มีค่าเท่ากับ 6,466 USD หรือคิดเป็นเงินประมาณ 207,000 บาท ซึ่งเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2560

บิทคอยน์ (Bitcoin) ผิดกฎหมายไหม เป็นที่ยอมรับหรือยัง

ด้วยความนิยมที่สูงขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย ทำให้เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ได้ออกมาให้ความชัดเจนแล้วว่า สามารถซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยต้องผ่าน 7 สกุลเงินดิจิทัลที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งบิทคอยน์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น