พุ่งทยานแน่นอน Bitcoin

พุ่งทยานแน่นอน Bitcoin

พุ่งทยานแน่นอน Bitcoin  200,000บาทแน่นอน ราคา Bitcoin ที่ผันผวนมากและล่าสุดราคาเพิ่มขึ้นสูงจนนักลงทุนหันมาสนใจกันมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคาอยู่ที่ $4,600

– บทความนี้ใช้ Fibonacci Retracement และ Elliott Wave ในช่วยคาดการณ์ทิศทางและเป้าหมายราคา

– แนวโน้มราคา Bitcoin ตาม Elliott Wave คาดว่าราคาเป้าหมายต่อไปอยู่ที่ $6,300 หรือประมาณ 200,000 บาท

ประวัติศาสตร์ราคา Bitcoin

ช่วงนี้หลังจากที่ Bitcoin กลับมาเกือบ 150,000 บาท อีกครั้ง ก็มีคนถามมาหนาหูว่ามันจะขึ้นต่อไปได้อีกแค่ไหน ควรเข้าซื้อหรือจะต้องรีบขาย เราเลยขอวิเคราะห์แนวโน้มราคาจากกราฟที่ผ่านมา โดยการนำ Fibonacci และ Elliott Wave มาช่วย

Bitcoin และเทคโนโลยี Blockchain เกิดขึ้นเมื่อปี 2009 หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ลุกลามไปทั่วโลก โดยมีอุดมการณ์ที่จะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of Exchange) แบบไร้พรมแดน ไร้ตัวกลาง และไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใดๆ ด้วยการให้คนทุกคนช่วยกันดูแลระบบนี้

ราคาของ Bitcoin มีความผันผวนสูงตามข่าวที่เกิดขึ้นและการเก็งกำไรของนักลงทุนในราคาของมัน จากกราฟด้านล่างที่แสดงราคาตั้งแต่ปี 2012 พบว่าช่วงปลายปี 2013 ราคาของ Bitcoin พุ่งขึ้นใกล้เตะราคาที่ $1,200 ในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมาหลังจากนั้นจะเห็นว่าราคาของ Bitcoin ก็มีความผันผวนเป็นต้นมา จนกระทั่งปลายปี 2016 เป็นต้นมา ราคาของ Bitcoin เริ่มกระชากขึ้นสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนปี 2017 ในประมาณเดือนมิถุนายนราคาได้พุ่งไปถึงประมาณ $3,000 และร่วงลงมาอย่างรวดเร็วเช่นกันใน 2 เดือนถัดไป

ครั้งแรก ยกตัวจาก 9 USD สู่ 275 USD ยกตัวขึ้นมา 30 เท่า

ครั้งที่ 2 ยกตัวจาก 100 USD สู่ 1200 USD ยกตัวขึ้นมา 12 เท่า

ครั้งที่ 3 ยกตัวจาก 200 สู่ 3000 USD ยกตัวขึ้นมา 15 เท่า

แต่เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2017 ราคานั้นได้กลับมาใกล้เคียงราคาเดิมและทะลุราคาสูงสุดจนเกิด New All Time High ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ได้พุ่งไปอย่างไม่หยุดยั้งถึง $4,300 ในเวลาที่รวดเร็วมากๆ แต่ตกลงมาสะสมกำลังชั่วขณะ จนกลับขึ้นไปใหม่ที่ $4,600 ทำให้หลายคนหันมาสนใจว่าในอนาคตราคาจะไปต่อในทิศทางไหน

นักลงทุนมากมายต้องการทราบราคาของ Bitcoin ในอนาคต แน่นอนว่าถ้าใครรู้ได้อย่างแม่นย้ำย่อมได้ผลตอบแทนมหาศาล แต่อย่างว่า ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เลยมีคำกล่าวที่ว่า “รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้” ในบทความนี้ผมจะใช้ 2 เครื่องมือ นั้นคือ การวิเคราห์โดยใช้ Fibonacci Retracement และ Elliott Wave

วิเคราะห์ราคาด้วยทฤษฎี Fibonacci Retracement

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักลำดับเลข Fibonacci ซึ่งก็คือ ลำดับของจำนวนเต็มที่เกิดจากผลรวมของจำนวนเต็มก่อนหน้า โดยสองลำดับแรกคือ 0 และ 1 จะได้ลำดับดังนี้ 0 1 1 2 3 5 8 13 21 34 55 89 144 233 … โดยผู้ค้นพบลำดับ Fibonacci นี้ก็คือ นักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อว่า เลโอนาร์โด ฟิโบนัชชี แห่งปีซา (Leonardo Fibonacci of Pisa)

จากรูปข้างต้นจะเห็นว่า เมื่อนำจำนวนล่าสุดหารด้วยจำนวนลำดับก่อนหน้า ในทุกๆ ค่า จะมีค่าอัตราส่วนลู่เข้า 1.618 หรือในทางกลับกันลองนำตัวเลขก่อนหน้าหารตัวเลขลำดับต่อไปจะได้ค่าอัตราส่วนที่ลู่เข้า 0.618 ซึ่งคนส่วนใหญ่จึงให้ค่าของอัตราส่วน 2 ค่านี้ว่า “อัตราส่วนทางคำ (Golden Ratio)

อัตราส่วนทางคำ (Golden Ratio)

ในทางคณิตศาสตร์และศิลปะนั้น เลขสองจำนวน (สมมุติให้เป็น a, b และ a>b) จะเป็น “อัตราส่วนทองคำ” ถ้าอัตราส่วนระหว่างจำนวนมาก (a) ต่อผลรวม (a + b) มีค่าเท่ากับอัตราส่วนระหว่างจำนวนน้อย (b) ต่อจำนวนมาก (a)

โดยต่อไปเราจะใช้ Fibonacci Retracement ในการหาแนวต้านแนวรับนี้จากอัตราส่วนทองคำที่เกิดจากลำดับของ Fibonacci Number

การหาแนวต้านแนวรับโดยใช้ Fibonacci Retracement

(อ้างอิงจากบทความ แนวรับแนวต้าน ตอนที่ 3 : Fibonacci Retracement)

Fibonacci Retracement (หรือเรียกสั้นๆ ว่า Fibo) ก็คือ การนำเอาสัดส่วนของ Fibonacci มาเป็นตัวกำหนดแนวรับ-แนวต้านเพื่อใช้เป็นเส้นสังเกต หลักการใช้งานก็คือการลากจากจุดสูงสุดไปต่ำสุด หรือลากจากต่ำสุดมายังสูงสุดของแนวโน้มก่อนหน้า แล้วแต่ว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง เพื่อนําเอา % มาใช้เป็นตัวกำหนดแนวรับหรือแนวต้านในแนวโน้มที่เกิดขึ้น

เมื่อราคาขึ้นหรือลงอย่างมีนัยยะสําคัญในช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ราคาจะมีการกลับตัวระยะสั้น เช่นการดีดตัวหรือการย่อตัว โดยช่วงการเกิดนี้มักจะเกิดใกล้กับเส้นแนวรับ-แนวต้านที่มาจากสัดส่วนของ Fibonacci จึงได้มีการนําสัดส่วนนี้มาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ในการเทรดนั่นเอง โดยสัดส่วนของ Fibonacci ได้แก่

A. 0 (0%) B. 0.236(23.6%) C. 0.382(38.2%)

D. 0.500(50%) E. 0.618(61.8%) F. 0.786(78.6%)

G. 1.00(100%) H. 1.382(138.2%) I. 1.618(161.8%)

J. 2.618(261.8%) K. 4.236(423.6%)

โดยจุดพักตัวมักจะเกิดที่ระดับ 23.6, 38.2, 50.0, 61.8, 78.6 และ เป้าหมายมักจะได้เห็นที่ 161.8, 261.8, 423.6 เสมอ

วิธีการวาดเส้น Fibonacci Retracement

  1. หาแนวโน้มขาลงให้ลากจากต่ำสุดไปหาสูงสุดของแนวโน้มอดีต
  2. หาแนวโน้มขาขึ้นให้ลากจากสูงสุดลงมาต่ำสุดของแนวโน้มอดีต

ที่สำคัญ อย่าลืมว่าแนวรับ-แนวต้านนั้นเป็นเพียงจุดสังเกตที่ทําให้เรารู้ถึงสถานการณ์และการเคลื่อนตัวของราคาตามแนวโน้ม เปรียบเหมือนหลักกิโลเมตรหรือป้ายบอกระยะทางข้างถนน ที่เอาไว้บอกตําแหน่งของเส้นทางว่าเราได้เดินทางมาเป็นระยะทางเท่าใดแล้ว หลักกิโลเมตรหรือ Fibo มันแค่ช่วยบอกว่าเป้าหมายนั้นมีอยู่จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเดินทางไปถึงจุดหมายทุกครั้งนะครับ

ต่อไปเราจะหาแนวรับแนวต้านของราคา Bitcoin ในอนาคตโดยการใช้ Fibonacci Retracement กับราคาของมันในอดีต

จากรูปข้างบนเป็นรูปเมื่อกลางเดือนสิงหาซึ่งรูปภาพมาจากแอพพลิเคชั่น Market Anyware (ซึ่ง Feature ดูราคา Bitcoin ที่เห็นนี้ จะเปิดให้บริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในอนาคต) จะเห็นว่าเป็นกราฟราคา Bitcoin ต่อ USD ตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และใช้เครื่องมือ Fibo ในการวาดเส้นในระดับต่างๆ โดยการหาแนวโน้มขาขึ้นให้ลากจากสูงสุดลงมาต่ำสุดของแนวโน้มอดีต (ที่จบแนวโน้มนั้นแล้ว)

จะเห็นว่าเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2017 ได้ขึ้นไปช่วง 61.8% แล้วลงมาทดสอบแนวรับที่ 38.2% จากนั้นขึ้นไปทะลุแนวต้าน 100% แล้วยังทะลุแนวต้านต่อไปอีกที่ 161.8% ซึ่งจะเห็นว่ามีการพักตัวลงช่วงหนึ่งและกำลังวิ่งกลับขึ้นไปใหม่ ทำให้เห็นเป้าหมายต่อไปที่แนวต้าน 261.8% หรือที่ราคา Bitcoin ประมาณ $4,600 นั่นเอง

ในที่สุดปลายเดือนสิงหาคมราคา Bitcoin อยู่ที่ประมาณ $4,600 ตามที่เป้าหมาย 261.8% จากการวิเคราห์โดยใช้ Fibonacci Retracement แล้วจะเห็นว่าราคาเป้าหมายต่อไปของ Bitcoin อาจวิ่งขึ้นไปถึงเส้น 423.6% ถัดไป หรือ $6,300 ประมาณ 200,000 บาท ก็เป็นได้

วิเคราะห์ราคาด้วยทฤษฎี Elliott Wave

Elliott Wave คือ พฤติกรรมของกราฟราคาของทรัพย์สินใดๆ ที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่น (คือกราฟมีลักษณะของการขึ้นลงไปมา) ซึ่งการขึ้นลงดังกล่าวสามารถอธิบายได้จากจิตวิทยามวลชนที่มีทั้งผู้เชื่อมั่นเข้าลงทุน ผู้ที่โลภเข้าเก็งกำไร และผู้ที่กลัวจนเทขายออก ซึ่งการเข้าซื้อและเทขายของคนกลุ่มเหล่านี้จะสลับสับเปลี่ยนกันไปมาจนมีลักษณะซ้ำๆ จนสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการคาดการณ์ราคาของทรัพย์สินต่างๆ ในตลาดทุนเสรีได้ โดยผู้ค้นพบ โดยผู้เสนอทฤษฎีนี้มีชื่อว่า ราล์ฟ เนลสัน เอลเลียต (Ralph Nelson Elliott)

เมื่อนำราคา Bitcoin มาวิเคราะห์ตามทฤษฎี Elliott Wave จะเห็นว่ากราฟช่วงนี้อาจเป็น Wave 5 ของกรอบย่อย หรือมันคือปลาย Wave I ของกรอบใหญ่ที่เตรียมเข้า Wave II ถัดไปตามรูปด้านล่าง

ดังนั้นราคา Bitcoin อาจพุ่งขึ้นไปถึงเป้าหมายนั้นหรืออาจทะลุแนวต้านนั้นแล้วทะลุขึ้นไปอีกก็ได้ด้วยปัจจัยความโลภของคนที่เขามาเพื่อหวังกำไรจากการซื้อขาย

แต่ถ้าราคา Bitcoin วิ่งไปไม่ถึงแนวต้านก็จะลงมาแตะที่แนวรับตามเส้น Fibonacci 161.8% หรือที่ราคาประมาณ $3,650 ซึ่งโอกาสตอนนี้ไม่น่าลงมาที่แนวรับแต่จะวิ่งไปแตะที่แนวต้าน 261.8% แล้วอาจมีการพักตัวเพื่อนสะสมกำลัง โดยการพักตัวของราคาจะอยู่ในช่วงระดับ 161.8% นั้นก็คือราคาที่ $3,600 ก่อนที่จะทยานขึ้นไปสู้แนวต้านถัดไปที่เส้น 423.6% ถัดไป หรือ $6,300 ประมาณ 200,000 บาท

บทสรุป

สุดท้ายสำหรับใครที่คิดว่าราคาของ Bitcoin จะพุ่งขึ้นไปตามที่ได้วิเคราะห์มานั้น แน่นอนครับ รีบเข้าไปซื้อหรือถือครองไว้ก่อนที่จะต้องบอกว่า รู้งี้… ฮ่าๆ ซึ่งถ้าซื้อตอนนี้ $4,600 แล้วราคาถึงเป้าหมายตามที่เราได้วิเคราะห์ที่ $6,300 จริง คุณจะกำไรประมาณ 37% ถ้าลงทุน 1 Bitcoin จะได้ผลตอบแทนประมาณ 56,000 บาทเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

คุณจะกำไรประมาณ 37% ถ้าลงทุน 1 Bitcoin จะได้ผลตอบแทนประมาณ 56,000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปซื้อขาย Bitcoin ได้ที่ตลาดแลกปลี่ยนที่ค่าธรรมเนียมต่ำ มีความเร็วในการส่ง Transaction และความปลอดภัยสูงได้ที่CoinBX.com แค่สมัคร แล้วโอนเงินผ่าน Promtpay ธนาคารไหนก็ได้ (ไร้ค่าธรรมเนียม) ก็ซื้อได้ภายใน 5 นาทีแน่นอน

ท่านใดที่สนใจศึกษาเรียนรู้หรือติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการทำกำไรจาก Cryptocurrency และ Blockchain Asset สามารถสมัครหรือเข้าร่วมติดตามเราได้ช่องทางดังต่อไปนี้